สวัสดีค่าาา
 
ไม่ได้เข้าและไม่ได้อัพนานมากกกก  สาเหตุหลักก็มาจากยานแม่เอ็กซ์ทีนที่มายึดบ่อยๆ น่ะแหละค่ะ  พอเข้าทีไรก็เจอทุกที 
 
รู้สึกใจหายเหมือนกันนะที่เอ็กซ์ทีนเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้  หวังว่าทีมงามใหม่จะจัดการปัญหาและทำให้เว็บนี้กลับมารุ่งเรืองอีกนะคะ  
 
คือ เอ็กซ์ทีนเป็นเหมือนบ้านไม่แล้ว  อยู่กันมาก็หลายปีอยู่ๆ จะให้ทิ้งไปก็เศร้านะ................
 
เพราะฉะนั้น  เรายังมีความเชื่อมั่นเหลือในตัวเอ็กซ์ทีนอยู่นะ  :)
 
 
.
.
 
 
แต่ในระหว่างนี้ที่เหตุการณ์บ้านเมืองใน exteen ยังไม่สงบ  เราขอสำรองบล็อกอีกอันไว้ คือ wordpress นะคะ
 
ใครสนใจตามไปได้ค่ะ  >> http://nuznate.wordpress.com  
 
 
ไม่แน่ว่าต่อไปอาจจะไปอัพที่นู่นอย่างเดียวเลย  หรือจะอัพทั้ง 2 ที่  เดี๋ยวดูอีกทีค่ะ.......
 
 
 
.
 
.
 
จะบอกว่า ตอนนี้อยู่ในโหมดคลั่งผู็ชายที่ชื่อ  แดเนียล  บรูห์ล ค่ะ  
 
คนนี้เลย -//////-
 
 
 
 
สาเหตุก็มาจากเรื่อง Rush ที่ทำให้เรารู้จักเขา 
 
และได้ OTP ใหม่  คือ  James/Niki  มาแบบไม่ทันตั้งตัวด้วยย!!! ฟหฟหฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ
อารมณ์แบบ  ตอนเข้าไปดูไม่ได้คิดไร  แต่ออกจากโรงมาอย่างฟินๆ /////
 
 
 
 
 
 
ดูเสร็จหาข่าวอ่านพบว่าตัวจริงยิ่งฟินกว่าในหนังอีก แอร่กกกกกกกกก
 
ใครชอบคู่นี้เหมือนเราบ้างคะ  ตามไปคุยกันได้นะ 
 
 
 
 
-----------------------------------------------
 
 

Not Drunk Enough 

Fandom : Rush

Pairing : James/Niki

Rate : PG (comfort)

Summary : เรื่องเกิดที่ปาร์ตี้หลังการแข่งที่บริติชกรังด์ปรีซ์  โชคเข้าข้างเจมส์ทั้งเรื่องในสนามแข่งและเรื่องนิกิ…..

 

**เรื่องราวทั้งหมดแต่งขึ้น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์จริงหรือบุคคลจริง  ตัวละครจากหนังเรื่อง Rush  (แสดงโดยคริส เฮมสเวิร์ธ และ แดเนียล บรูห์ล) ไม่ใช่แต่งจากตัวจริง**

 

…………………………………………………………………..

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาที่พวกเขารู้จักกัน มีไม่กี่ครั้งที่เจมส์ ฮันท์ จะได้เห็นนิกิ เลาด้า เมา  และทุกครั้งที่เห็นความจริงแล้วนิกิก็แค่ กรึ่มๆ อยู่กับพวกทีมเฟอร์รารี่ในปาร์ตี้หลังการแข่งแค่ไม่กี่ครั้ง

 

แต่เจมส์ก็สารภาพกับตัวเองว่ามีหลายครั้งที่เจมส์แอบจินตนาการไปเองว่าเวลาที่นิกิเมามากๆ นั้นเป็นอย่างไร  ซึ่งเขาเดาว่านิกิตอนขาดสติจะต้องเป็นพวกขี้บ่นมากขึ้นแน่  หรือไม่ก็อาจจะตรงข้าม คือเมาแล้วเงียบสงบเสงี่ยมไปเลย  และทุกครั้ง ที่คิดภาพนิกิตอนสงบเสงี่ยมไม่กล้าต่อปากต่อคำขึ้นมาแล้วเจมส์ก็เป็นต้องหัวเราะก๊ากออกมาทุกที มันคงจะน่ารักพิลึกและน่าสะใจเบาๆ ที่เขาสามารถเป็นฝ่ายบ่นนิกิที่นั่งสงบเสงี่ยมจากปกติที่นิกิจะเป็นฝ่ายบ่นเขา

 

และเพราะความคิดเหล่านี้ในหัวที่ทำให้เจมส์อยากจะวางแผนมอมเหล้านิกิให้เมาไม่รู้เรื่องเพื่อพิสูจน์ความคิดตัวเองหลายต่อหลายครั้ง  แต่ก็ยังไม่เคยได้ทำจริงสักครั้ง ซึ่งก็นับว่าเป็นโชคดีของนิกิ เลาด้าผู้ยิ่งใหญ่

  

แต่ดูเหมือนวันนี้โชคจะมาเข้าข้างฮันท์เดอะชันท์ ในตำนานซะแล้ว

.

ท้องฟ้ายามค่ำคืนนี้สุกสกาวด้วยหมู่ดาวที่ออกมาส่องแสงเสมือนร่วมยินดีกับชัยชนะในการแข่งขันบริติชกรังด์ปรีซ์ครั้งนี้คืนนี้เป็นคืนที่ค่อนข้างร้อน  แต่สายลมอ่อนๆ ที่พัดมาเรื่อยๆ ก็ช่วยคลายร้อนได้อยู่  ผู้คนในปาร์ตี้หลังการแข่งคราวนี้ก็ดูจะคึกคักเป็นพิเศษ

 

เจมส์ ฮันท์ก็ยังคงเป็นเจมส์ ฮันท์  มือหนึ่งถือขวดเบียร์ มืออีกข้างโอบเอวสาวไว้ไม่ขาด  รอยยิ้มร่าเริงพราวเสน่ห์ปรากฏอยู่ตลอดไม่เคยหาย  และมักจะถูกรายล้อมด้วยผู้คน  โดยเฉพาะคืนนี้ที่เขาเป็นแชมป์ในการแข่ง ผู้คนเหมือนจะหลั่งไหลมาร่วมกล่าวยินดีกับเขาไม่หยุด  เป็นการกลับมาคืนฟอร์มที่ทำให้เจมส์รู้สึกเยี่ยมสุดๆ ในรอบหลายเดือนที่ผ่านมา

  

เมื่อเบียร์ในมือหมดลงเจมส์ก็ขอตัวออกมา  ชายหนุ่มผละจากสาวที่ควงเขาอยู่และออกมาหยิบเครื่องดื่มเพิ่มที่บาร์  และตอนนั้นเองที่เจมส์ได้รู้สึกว่าโชคเข้าข้างเขาแล้วในทุกด้านจริงๆ

  

เพราะทันทีที่เขาผละออกจากบาร์เครื่องดื่มพร้อมเบียร์ขวดใหม่ในมือ  เขาก็สังเกตเห็นนิกิ  นิกิที่มีท่าทางแปลกๆ อยู่ท่ามกลางคนกลุ่มเล็กๆ กลุ่มหนึ่งและดูเหมือนกำลังจะมีเรื่อง

   

“เฮ้! นิกิ มีอะไรกัน”  เจมส์เดินเข้าไปกลางวง  แต่ทันทีที่นิกิหันหน้ามาหาเขาเต็มๆ ตัวนั้นเขาก็เข้าใจเรื่องราวทันที

  

อย่างที่บอกว่าเจมส์เคยจินตนาการเวลาที่นิกิเมามากๆ ไว้แล้วแต่ทั้งหมดนั้นมันก็เทียบไม่ได้เลยกับภาพตรงหน้าเขา  ไม่มีครั้งไหนที่เขาจะเห็นนิกิเมาได้มากเท่าครั้งนี้  และมันก็ไม่เหมือนกับที่เขาจินตนาการไว้สักนิด

  

“ฮันท์!” นิกิเหมือนจะไม่คาดคิดในการพบเจอเขาแบบไม่ตั้งตัวแบบนี้  “นายไม่ต้องมายุ่งเรื่องฉันหรอกน่า! เอาเวลาไปอยู่กับสาวๆ เถอะ เรื่องฉัน ฉันจัดการเองได้ ไปซะ!”

 

“นี่มันอะไรกัน” เมื่อเจมส์เห็นว่าคุยกับนิกิไม่รู้เรื่องแล้วจึงหันไปถามคนอื่นในวงล้อมแทน  ซึ่งดูเหมือนจะเป็นบรรดาช่างเครื่องของสักทีม

  

“เราก็แค่คุยกันดีๆ แล้วอยู่ๆ นิกิก็เข้ามาหาเรื่องพวกเราน่ะ” คนที่ดูแก่สุดตอบ

  

นิกิที่ได้ยินอย่างนั้นก็หันมาชี้หน้าคนพูดทันที  “ใครหาเรื่องใครกันแน่  พวกนายไม่ใช่เหรอที่บอกว่าฉันไม่เหมาะจะเป็นแชมป์โลกน่ะ นายเองไม่ใช่เหรอที่พูดน่ะ ห๊ะ”

  

“ใจเย็นน่านิกิ”  เจมส์ปรามก่อนจะหันไปหาพวกที่เหลือ  “ผมขอตัวพาเขากลับก่อนนะ ดูเหมือนจะไม่ไหว”  เจมส์ยิ่มขำๆ เป็นการส่งท้ายก่อนจะลากนิกิออกมา  ซึ่งคนที่เหลือก็ดูเหมือนจะไม่ติดใจอะไรยิ้มตอบเจมส์กลับพร้อมส่ายหัวแบบระอา

  

“ปล่อยน่าฮันท์! ฉันยังเคลียร์ไม่รู้เรื่องเลย” เสียงพูดแบบหงุดหงิดสุดๆ ดังมาจากคนในอ้อมแขนที่เขากึ่งจูงกึ่งลากออกมา

  

“นายเมามากแล้วนิกิ”

  

“อะไรนะ ฮ่าๆๆๆๆ เมาเหรอ พูดเป็นเล่นฮันท์  ฉันแค่ดื่มไปนิดเดียวเอง  หลีกไปน่า!”  นิกิปัดมือที่เกาะแขนเขาอยู่ออกและเดินไปหยิบเบียร์อีกขวดจากบาร์ก่อนจะตรงไปหาสาวๆ กลุ่มนึงที่ยืนพิงรถอยู่ไม่ไกล

  

เจมส์ได้แต่มองตามไป  ไม่คิดจะห้ามนิกิเพราะรู้ว่านี่เป็นโอกาสเดียวที่เขาจะได้เห็นนิกิเวลาเมาไม่รู้เรื่อง  และเขาก็จะบันทึกเรื่องราวตรงหน้าทั้งหมดไว้ในประวัติศาสตร์การเป็นเจมส์ ฮันท์ที่มีชีวิตอยู่ทันได้เห็นนิกิ เลาด้าผู้ยิ่งใหญ่เมาแบบนี้

  

ไม่มีเรื่องการเก็บข้อมูลไว้แบล็คเมลใดๆ ทั้งสิ้นในหัวหรอกนะ  ไม่มีจริงๆ

  

.

เจมส์เดินกลับไปหาสาวกลุ่มเดิมที่เขาผละมา  แต่สายตายังคงเฝ้าสังเกตนิกิอยู่ไม่ห่าง  สิ่งหนึ่งที่เขาเห็นได้ชัด  ดูเหมือนนิกิ เลาด้า ผู้ที่ทำหน้าบึ้งไม่รับแขกอยู่ตลอดเวลาจะตายจากไปเสียแล้วในคืนนี้  เพราะรอยยิ้มที่มีไม่ขาดบนใบหน้านั้นทำให้สาวๆ กลุ่มนั้นดูจะสนใจในตัวนิกิอยู่ไม่น้อย  และดูเหมือนนิกิจะมีเรื่องตลกมากมายมาเล่าให้พวกเธอหัวเราะได้ไม่หยุดเสียด้วย

  

เมาแล้วเฟรนด์ลี่  คือสิ่งที่เจมส์สังเกตได้เป็นอย่างที่สองรองจากการ เมาแล้วหาเรื่อง ในเหตุการณ์ที่ผ่านมาเมื่อสักครู่นี้

  

ดูเหมือนนิกิจะป๊อปปูลาร์มากขึ้นในเวลาไม่นาน  ผู้คนที่รายล้อมเขาไม่ใช่แค่สาวๆ กลุ่มนั้นเสียแล้ว  คนอื่นๆ รอบข้างที่เห็นและได้ยินเสียงหัวเราะจากพวกเขาก็ดูเหมือนจะให้ความสนใจในตัวนิกิมากขึ้น  ผู้ชายบางคนถึงกับยื่นเบียร์ในมือของตนให้เมื่อเห็นว่าเบียร์ของนิกิหมดเพื่อที่จะทำให้การเอนเตอร์เทนของนิกิลื่นไหลต่อไป

   

นิกิก็ดูเหมือนจะพึงพอใจกับการเป็นจุดสนใจอยู่ไม่น้อย  แต่เจมส์ก็ไม่แน่ใจว่านิกิจะรู้ตัวรึเปล่าว่าตนเป็นจุดสนใจของคนแทบจะทั้งงานอยู่แล้ว  แต่เหมือนว่าเจ้าตัวจะไม่รู้จริงๆ  เพราะทันทีที่ดีเจเปลี่ยนเพลงเป็นจังหวะสนุกและผู้คนรอบกายตะโกนเชียร์ให้เต้น  เขาก็ไม่ลังเลที่จะเต้นตามคำขอ  และนั่นก็เรียกเสียงหัวเราะให้คนรอบข้างได้ดีทีเดียว

  

หลังจากเฝ้าสังเกตมาสักระยะ  และสาวข้างกายของเขาตอนนี้ก็ไปรวมกับกลุ่มนิกิเรียบร้อยแล้ว  และสังเกตได้ว่านิกิเมามากพอจะทำตัวเป็นตัวตลกได้แล้ว  เขาก็เห็นว่าถึงเวลาที่จะลากนิกิกลับเสียทีก่อนที่นิกิ เลาด้าผู้ยิ่งใหญ่จะไม่เหลือมาดใดๆ ให้คนยำเกรง

  

เจมส์เดินฝ่าวงล้อมของผู้คนเข้าไปถึงตัวนิกิเป็นครั้งที่สองของคืน  และเมื่อเจมส์วางมือหนักๆ ลงบนไหล่นิกิ  และนิกิหันมาเห็นคนที่เข้ามาขัดความสุข  รอยยิ้มของนิกิก็หุบลงทันที

  

“ฮันท์! เป็นนายที่มาขัดจังหวะฉันอีกแล้วเหรอเนี่ย!!”

  

“ฉันว่านายควรกลับได้แล้วนิกิ  เมามากแล้ว”  เจมส์ก้มลงไปพูดที่ข้างหูเพื่อให้นิกิได้ยินชัดๆ  ก่อนจะหันไปพูดกับคนที่รายล้อมพร้อมรอยยิ้มติดตัว  “คืนนี้ผมขอพานิกิกลับก่อนนะ  ผมว่าพวกคุณก็เห็นว่าเขาเมาขนาดไหน  ขอตัวนะครับ”

  

และเจมส์ก็ลากนิกิออกจากวงล้อมของผู้คนเป็นครั้งที่สอง  แต่ครั้งนี้นิกิเอ่ยปากประท้วงมากกว่าครั้งแรก

  

“ไม่เอาน่าฮันท์  ยังไม่อยากกลับ  ยังสนุกอยู่เลย”  นิกิขืนตัวไม่เดินตามเจมส์ไปที่รถ  “จะกลับแบบนี้ไม่ได้นะ  มีแค่นายกับฉันแบบนี้ไม่ได้นะ  ปาร์ตี้ทั้งทีสาวๆ อยู่ไหนล่ะ  เอาสาวๆ กลับมาด้วยสิ”

 

“เดี๋ยวสาวๆ ตามมาทีหลัง  ขึ้นรถเถอะนิกิ”  เจมส์ลากนิกิมาที่รถสำเร็จและจัดการเปิดประตูฝั่งข้างคนขับและยัดนิกิเข้าไป

  

“จริงนะ  จะตามมาแน่นะ”  นิกิถามเมื่อเจมส์ขึ้นมานั่งฝั่งคนขับและปิดประตูเรียบร้อยแล้ว

 

เจมส์แอบขำกับท่าทางเป็นเด็กๆ ของนิกิ ก่อนจะตอบ  “แน่นอนสิ”

   

เมาแล้วทำตัวเด็ก  คืออีกข้อที่เจมส์สังเกต  ก่อนจะสตาร์ทรถและขับออกไป

  

ตลอดทางที่นิกินั่งอยู่ในรถไม่ปริปากพูดอะไรสักคำ  แต่มีเสียงฮัมเพลงดังตลอดทางพร้อมกับหัวที่โยกไปมาตามจังหวะเพลง  เจมส์อดไม่ได้ที่จะมองภาพนั้นแบบไม่อยากจะเชื่อ  นึกอยากได้กล้องวีดีโอมาอยู่ในมือตอนนี้เหลือเกิน

  

ไม่นานพวกเขาก็มาถึงที่จอดรถโรงแรม  เจมส์กึ่งลากกึ่งจูงนิกิที่ดูจะอารมณ์ดีเกินเหตุขึ้นลิฟต์ไปได้  ในระยะเวลาสั้นๆ ที่อยู่ในลิฟต์นั้นการที่นิกิจะยืนนิ่งๆ เป็นไปได้ยากเหลือเกิน  แต่เจมส์ก็ปล่อยให้นิกิยืนเองโดยไม่ช่วงพยุง  ผลคือนิกิยืนโงนเงน เอนซ้ายเอนขวา  จนสุดท้ายแทบจะหน้าคะมำลงกับพื้น  และเสียงหัวเราะของเจมส์ที่ดังลั่นลิฟต์  เจมส์สาบานว่านี่ไม่ใช่การแกล้งอะไรเลยนะ  ไม่ใช่จริงๆ

  

เมื่อลิฟต์เปิดในชั้นที่ต้องการเจมส์ก็ลากนิกิมาที่ห้องของเขา  ซึ่งเป็นห้องข้างๆ ห้องของนิกิ  แต่เจมส์ไม่อยากเสียเวลาหากุญแจห้องนิกิให้ยุ่งยากจึงพานิกิเข้าห้องเขาเองเสียเลยเพราะความจริงก็ไม่ได้ต่างอะไรกันอยู่แล้วเมื่อนิกิอยู่ในสภาพนี้

  

เจมส์เปิดประตูและดันตัวนิกิเข้าไปได้อย่างปลอดภัยแล้วก็พบว่าเหนื่อยไม่ใช่น้อยในการจัดการคนเมาคนนึง   และก็สงสัยว่าคนอื่นจะเหนื่อยขนาดนี้ไหมเวลาที่จัดการตอนเขาเมา

  

ทันทีที่นิกิเข้ามาในห้องสิ่งแรกที่ทำคือพุ่งไปหาโซฟาและนอนแผ่อย่างหมดสภาพ  มือทั้งสองข้างยกขึ้นกุมหัว  ดูเหมือนอาการเมาจะทำพิษซะแล้ว

  

“ปวดหัว…..”  เสียงนิกิครางมาจากโซฟา  และเจมส์รู้ดีว่ามันเป็นยังไง  เขาปล่อยให้คนเมาไม่รู้เรื่องนอนอยู่คนเดียวที่โซฟา  ส่วนตัวเองเดินไปจัดการชงกาฟาขมๆ ให้นิกิ

  

“เมื่อไหร่สาวๆ จะมา…”  เจมส์หลุดขำกับคนเมาที่ไม่เจียม  ดูเหมือนจะยังไม่อยากให้จบจริงๆ สินะปาร์ตี้เนี่ย  แต่เสียใจด้วยนะนิกิ ปาร์ตี้จบแล้ว

  

“สาวๆ ไม่มาแล้วล่ะ”  เจมส์ตอบกลับไป

  

“อะไรกัน  ทำไม….”  เสียงครางดังมาจากโซฟาอีก  ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเสียงอู้อี้ที่ฟังไม่ได้ศัพท์

  

“นายสนุกมากพอแล้ว  พักก่อนเถอะน่า”  เจมส์เดินกลับมาที่โซฟาพร้อมกาแฟร้อนในมือ  แต่ภาพตรงหน้าที่เห็นแทบจะทำเอากาแฟหก  นิกินอนคว่ำเอาหัวตัวเองฝังจมเข้าไปในหมอนพร้อมกับส่ายหัวไปมาซ้ำๆ เหมือนว่าอยากจะเอาหัวตัวเองเจาะให้ทะลุหมอนยังไงยังงั้น

  

“ทำอะไรเนี่ยนิกิ”  เจมส์ถามกลั้วหัวเราะ  มันห้ามไม่ให้ขำไม่ได้จริงๆ  ภาพที่คนมักจะทำอะไรแบบมีเหตุมีผลจริงจังเสมอมาทำตัวเป็นเด็กๆ แบบนี้

  

“ปวดหัว…. อยากให้หัวทะลุไปอีกโลกนึงจะได้หายปวด”  และคำตอบก็ยิ่งเพิ่มเสียงหัวเราะให้ดังไปทั่วห้องมากขึ้น  ก่อนที่เจมส์จะนึกได้ว่าควรทำอะไรมากกว่าจะหัวเราะนิกิแบบนี้

  

“มา ลุกขึ้นเถอะ”  เจมส์เข้าไปดึงคนที่พยายามจะเอาหัวทะลุไปอีกโลกขึ้นมานั่งดีๆ บนโซฟาก่อนจะยื่นแก้วกาแฟให้  “ดื่มซะ  มันช่วยได้  ยาวิเศษจากอีกโลกนึง”

  

“หึๆๆๆ นายนี่ท่าจะเพี้ยนนะ  นี่มันกาแฟชัดๆ”  เจมส์ยิ้มกว้างเมื่อนิกิยกแก้วกาแฟขึ้นจิบก่อนจะเบ้หน้าให้กับความขมของมัน  แต่ก็ยังทนดื่มสลับกับทำหน้าเหยเกอยู่อย่างนั้นจนหมดแก้ว  เขาไม่รู้ตัวว่าเผลอมองอีกฝ่ายแบบไม่วางตาจนกระทั่งแก้วกาแฟว่างเปล่าถูกยื่นมาใส่หน้านั่นแหละ

  

“เลิกจ้องได้แล้วน่า  กินหมดแล้วเห็นมั้ย เลิกจ้องกดดันกันได้แล้ว”  นิกิก้มหน้างุด  เจมส์ไม่แน่ใจว่าแก้มแดงๆ นั่นเป็นเพราะแอลกอฮอล์หรือเพราะอย่างอื่น  แต่ก็พบว่ามันน่ารักแบบที่ตัวเองก็ไม่อยากจะเชื่อจนอดไม่ได้ที่จะต้องเอื้อมมือไปขยี้หัวอีกฝ่ายแรงๆ สองสามที  นิกิก็ปัดมือเจมส์จอมแกล้งออกพัลวัน  และเสียงหัวเราะของทั้งคู่ก็ดังขึ้นอีกครั้ง

  

“ยินดีด้วยนะ”  อยู่ๆ นิกิก็พูดขึ้นมาเมื่อเสียงหัวเราะเงียบลง  “ยินดีที่ได้แชมป์คราวนี้  เก็บแชมป์ของนายไว้ดีๆ นะฮันท์  เพราะรายการแข่งต่อไปนายจะไม่ได้แชมป์อีกแน่”

   

“โอ้ว ของแบบนี้มันต้องลองแข่งกันดูถึงจะพูดได้นะเพื่อนยาก”  เจมส์ตอบกลับพร้อมรอยยิ้ม

  

“ไม่มีทางหรอกฮันท์  นายไม่มีทางโค่นแชมป์โลกคนนี้ได้หรอก  ฮ่าๆๆๆ”  อยู่ๆ ก็เหมือนของเล่นโดนถอดแบต  นิกิหลับไปทั้งๆ ที่ยังหัวเราะอยู่อย่างนั้น  เจมส์มองภาพนั้นอย่างขำๆ ปนเอ็นดู  ก่อนลุกขึ้นเดินเข้าห้องนอนไปจัดการเตียงให้เรียบร้อยพอจะให้นิกินอนได้  แต่พอเขาออกมาที่โซฟาอีกครั้งกลับพบว่าคนขี้เมาเจ้าปัญหาหายไปจากโซฟาเสียแล้ว

  

แต่ไม่ต้องเสียเวลาหานานเพราะเสียงน้ำที่ได้ยินจากห้องน้ำก็บอกได้อย่างชัดเจนว่านิกิอยู่ไหน  เจมส์รีบเดินเข้าไปดูกลัวว่านิกิจะลื่นล้มหัวแตกตายไปก่อน  แต่ภาพตรงหน้าที่เห็นก็ทำให้เจมส์อึ้งเป็นรอบที่เท่าไหร่ของวันแล้วก็ไม่รู้

  

นิกิที่ลงไปนั่งอยู่ในอ่างอาบน้ำ  มือข้างหนึ่งถือฝักบัวยกสูงขึ้นเหนือหัวเปิดน้ำให้ไหลออกมาเปียกไปหมดตั้งแต่หัวไปจนถึงเสื้อสีขาว  คอที่กำลังแหงนหน้าขึ้นรับน้ำพร้อมปากที่อ้าออกกว้างพยายามดื่มน้ำทุกหยดที่ผ่านเข้าไปในปาก  ดูเป็นภาพที่ไม่น่าใช่นิกิ เลาด้าผู้ยิ่งใหญ่เลยจริงๆ

  

หลังจากอึ้งกับภาพกับภาพตรงหน้าไปห้าวินาทีเต็ม  เจมส์ก็รีบรุดเข้าไปแย่งฝักบัวออกจากมือนิกิพร้อมกับปิดน้ำ  และถามเสียงดัง  “ทำอะไรเนี่ยนิกิ  น้ำเย็นเฉียบขนาดนี้ไม่หนาวรึไง”

  

“ไม่หนาว  ร้อน…  ร้อนทั้งข้างนอกข้างใน..  อยากให้น้ำเข้าไปดับร้อน”  นิกิงืมงำตอบว่าร้อน  แต่ตอนนี้ปากสั่นไปหมดแล้ว

  

“ออกมาจากอ่างเถอะนิกิ  ลุกขึ้น”  เจมส์สั่งพร้อมดึงตัวนิกิให้ลุกขึ้น  ก้าวออกจากอ่างและเดินมาถึงส่วนที่แห้ง  ก่อนที่เขาจะเอาผ้าขนหนูมาเช็ดตัวให้โดยที่เจมส์ยืนซ้อนอยู่ข้างหลังนิกิ  และข้างหน้านิกิคือเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าพร้อมกระจกบานโต

  

เจมส์เห็นนิกิส่งยิ้มร่ามาให้ผ่านกระจกก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มตอบกลับไป  และแกล้งเอาผ้าเช็ดผมอีกฝ่ายแรงๆ ข้อหาทำตัวยุ่งเสียเหลือเกิน

  

“คืนนี้จะได้นอนไหม..”  เจมส์ถามลอยๆ  นิกิส่ายหัวเป็นคำตอบ

   

“เอางี้  เรามาเล่นเกมกัน  กติกาคือนายต้องทำตามทุกอย่างที่ฉันสั่ง  ถ้านายไม่ทำตามนายแพ้  โอเคไหม”  นิกิทำท่าขมวดคิ้วกับกติกาสักพัก  ก่อนจะส่ายหัว

  

“งั้น…. ถ้านายทำตามที่ฉันสั่งได้หมด  ฉันแพ้”  นิกินิ่งไปสักพัก ก่อนจะพยักหน้า

  

“ถอดเสื้อออกนิกิ”  นิกิขยับตัวถอดเสื้อที่เปียกโชกของตนออกอย่างง่ายดาย

 

“ถอดกางเกงด้วย”  นิกิก็ดูจะไม่คิดมากอะไรกับการแก้ผ้าต่อหน้าเจมส์  ก้มลงถอดกางเกงออกจากขาเรียบร้อย  ยิ้มร่าอีกต่างหาก

  

“ดี  งั้นเดินไปที่เตียง”  นิกิเดินโงนเงนไปที่เตียง  มีเจมส์คอยพยุงไม่ให้ไปชนอะไรตกแตกระหว่างทาง  เมื่อไปถึงเตียงไม่ต้องรอให้สั่ง  นิกิล้มตัวลงทันที  นอนกะพริบตาปริบๆ พร้อมยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ

  

แต่เมื่อเห็นว่าเจมส์เริ่มถอดเสื้อผ้าของตนออกบ้างเหลือแต่บ๊อกเซอร์ตัวเดียว  นิกิเริ่มประท้วง  “จะทำอะไรฮันท์”

  

ยิ่งเห็นว่าเจมส์ขึ้นมาบนเตียงเดียวกับตนก็ยิ่งโวยและพยายามผลักเจมส์ออกจากเตียง  “ฉันไม่ใช่ผู้หญิงของนายนะ!”

  

“นิกิหยุด! ไม่ทำอะไรนายหรอกน่า  แค่นอนเตียงเดียวกันเฉยๆ  นอนข้างๆ กันแค่นั้น  นายฝั่งซ้าย ฉันฝั่งขวา”

  

“แน่นะ…”

  

“ถ้านายไม่ให้ฉันนอนด้วย  นายแพ้  ฉันชนะ”  นิกิยอมเงียบลงทันที  เจมส์ขึ้นมาบนเตียงอีกครั้ง  จัดการห่มผ้าให้ทั้งตัวเขาเองและนิกิ  ก่อนจะปิดไฟ

  

เสียงขยับตัวจากคนฝั่งซ้ายยังคงดังอยู่สักพัก  เจมส์นึกสงสัยแบบจริงจังว่าคืนนี้เขาจะได้นอนไหม

  

“หิว….. ขอโยเกิร์ต…..”  เสียงนิกิลอยฝ่าความมืดขึ้นมา

  

“นอนเถอะน่านิกิ…”

  

“……………”

  

“……………”

 

“ความจริงนายดูดีนะ…. เวลาถอดเสื้อ”  ไม่คาดคิดว่าจะได้ยินประโยคแบบนี้จากนิกิ  ถ้าเจ้าตัวรู้ว่าพูดอะไรออกมาจะทำหน้าแบบไหนนะ

  

“ขอบคุณที่ชมนิกิ”

  

“แบบนี้สินะสาวๆ ถึงติดใจนาย…”

  

“อย่าบอกนะว่านายก็ติดใจเหมือนกัน”

  

“หุบปากฮันท์”

  

“แน่นอนถ้านายยอมนอน”

  

นิกิเงียบลงไปได้สักพัก  ไม่มีแม้แต่เสียงขยับของผ้า  จนเจมส์เองก็เคลิ้มจะหลับ  จนได้ยินอีกประโยคลอยมาจากคนข้างๆ

        

“ฉันคือแชมป์โลก  และฉันจะเป็นแชมป์โลกอีกหนึ่งสมัย”

  

“ฉันไม่การันตีหรอกนะ”  เจมส์งึมงำตอบ

  

“บอกสิว่าฉันจะเป็นแชมป์โลก ฮันท์”

  

“ข้ามศพฉันไปก่อนเถอะนิกิ”

  

“ถ้านายไม่พูดฉันไม่นอนจริงๆ ด้วย”  เจมส์หลุดขำพรืดออกมาอย่างห้ามไม่ได้

  

“ไอ้ตัวแสบ”

  

“นายน่ะสิ”

  

“………..”

 

“ว่าไง ฮันท์” 

  

“………โอเค…. นายจะได้เป็นแชมป์โลกนิกิ”

  

ถึงจะเป็นในความมืดแต่เจมส์มั่นใจว่าได้ยินเสียงนิกิยิ้ม

  

“ดังเคะ”

  

“ราตรีสวัสดิ์นิกิ”

  

“ราตรีสวัสดิ์ฮันท์”

  

 

  

.

.

Fin.