<+กลอนเปล่าอย่างที่บอก มาเสิร์ฟแล้วจ้า+>

กลอนเปล่า (Blank Verse) เป็นกลอนในวรรณคดีอังกฤษที่ไม่มีการสัมผัสคำ แต่มีการเน้นเสียงในลักษณะ lambic Pentameter คือ 1 บาท แบ่งเป็น 5 จังหวะ จังหวะละ 2พยางค์ พยางค์แรกเสียงเบา (ลหุ) พยางค์หลังเสียงหนัก (ครุ)

กลอนเปล่าได้กลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของกวีนิพนธ์ประเภทบรรยายโวหารยาวๆ รวมทั้งงานด้านปรัชญาและการละคร นับตั้งแต่กลางศตวรรษที่ 16 เป็นต้นมา

...สำหรับกลอนเปล่าของไทยนั้น พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ได้ทรงนำกลอนเปล่าเข้ามาใช้ในไทย โดยใช้เป็นบทสนทนาที่แปลมาจากบทละครของเช็คเสปียร์

...ต่อมา จิตร ภูมิศักดิ์ เขียนบทร้อยกรองชื่อพิราบขาวในลักษณะของกลอนเปล่า แต่เป็นกลอนเปล่าที่เปลี่ยนแปลไปจากเดิมในความหมายจากตะวันตก ซึ่งทำให้มีผู้เรียกว่า กลอนปลือย

--- กลอนเปล่าและกลอนเปลือยที่ไทยใช้ จึงหมายถึงงานเขียนที่ผู้แต่งมุ่งประหยัดและพิถีพิถันในการใช้คำและที่สำคัญ คือ ผู้เขียนพยายามจัดถ้อยคำเป็นวรรค หรือเป็นรู้ใดรูปหนึ่งคล้ายร้อยกรอง เพียงแต่ไม่มีสัมผัสบังคับเท่านั้น

จ่าง แซ่ตั้ง ใช้ความเป็นจิตรกรในการเขียนงานกวีนิพนธ์ งานบางชิ้นวางรูปร่างโดยคำนึงถึงความเป็นจริงของธรรมชาติ งานของจ่าง จึงมีความเป็น วรรณรูป ด้วย เช่น กลางคืน หนี :

กลางคืน

ท้องฟ้า ยามกลางคืน

ดาว

ดาว

ดาว

ดาว

จันทร์

ดาว

ดาว

ดาว

ดาว

พื้นดินทุกแห่ง เงียบ คงเหลือนแต่เสียงร้องของแมลง

หนี

ไล่ ไล่ ไล่ ไล่ ไล่ ไล่ ไล่ ไล่ ไล่ ไล่ ไล่ ไล่ ไล่ ไล่ ไล่ ตามเวลาไม่ทัน

หนี หนี หนี หนี หนี หนี หนี หนี หนี หนี หนี หนี หนี หนี หนีความตายไม่พ้น

+++ จากที่กล่าวมาจะเป็นว่า จ่าง แซ่ตั้ง เขียนกลอนเปล่าด้วยรูปแบบต่างๆ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแนวคิดที่ต้องการจะสุท้อนออกมาเป็นสำคัญ แนวการเขียนของจ่าง ทำให้มีนักเขียนรุ่นหลังนำไปเป็นแบบอย่างในการเขียนบ้าง

หยาดฝน เป็นผลงานของผกาดิน (นามปากกา) ที่วางรูปแบบเป็นวรรณรูป โดยวางเป็นรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน เหมือนเป็นเม็ดฝนหล่นจากฟ้า ตรงกับเนื้อความที่พรรณนาไว้

เด็ก

คนนั้น

มองสายฝน

ภายนอกหน้าต่าง

หยาดน้ำฝนจากฟ้า

หลั่งมาเป็นสาย

ดู ซิ จ๊ะ

น้ำฝน

ใส

สาว

คนนั้น

มองสายฝน

ภายในหัวใจ

หยาดน้ำฝนจากใจ

หลั่งมาเป็นสาย

ดู ซิ จ๊ะ

น้ำฝน

ขุ่น

>>>..ว้าวววว สวยงาม..<<<

อบ ไชยวสุ เขียนกลอนเปล่าล้อเลียนผู้ที่เขียนกลอนเปล่าไว้ในเรื่อง โป ปูรีโดยใช้นามปากกาว่า L.ก.ฮ. มีข้อความว่า

ผมเรียกเป็นส่วนตัวของผมว่า กลอนเปลือย

ชายคนหนึ่งไปเที่ยวน้ำตก

ถ้าน้ำเป็นเพียงน้ำ เขาก็ไม่ตาย

แต่นี่น้ำมันตก

เขาจึงตกไปกับน้ำ

ตาย

......และ........

ชายคนหนึ่งเห็นรถบรรทุกศพ

อยากรู้ว่าใครตาย

ถามคนนั่งหน้ารถ

ตอบว่าไม่รู้ ผมเป็นแต่คนขับ

บ่นว่าคนขับก็น่ารู้

คนขับว่าก็รู้อยู่อย่าง

ว่าไม่ใช่ผม

แล้วก็ไม่ใช่คุณ

(ฮ่าๆๆๆ)

->..กลอนเปล่าเป็นการเขียนที่ครอบคลุมเนื้อหาหลายประเภท ทำให้เร้าความสนใจ และน่าอ่านกว่าร้อยแก้ว ทันอกทันใจผู้อ่านกว่าร้อยกรอง..<-

อย่างที่หลายๆ คนชอบแต่งกันนักไง เพราะมันแต่งง่ายที่สุดแล้ว

ข้อมูลทั้งหมดจาก : หนังสือร้อยกรอง ของ รองศาสตราจากย์ วราภรณ์ บำรุงกุล

+*+*+*+*+*+*+*+*+

อัพทีเดียวจบเรื่องเลย

ไม่เหมือนใครบางคนที่ชอบค้างไว้

แล้วบอกจะมาต่อในคราวหน้า คราวนี้ยาวแล้วหรอก

โอ๊ะ โดนใครบ้างล่ะเนี่ย

ฮ่าๆๆๆ

เราเป็นคนนึงที่ชอบอ่านกลอน ได้แต่อ่านอย่างเดียว พอจะเขียนแล้วมันเขียนไม่ออกอ่า

โอ๊ะ! เอ็นทรี่นี้ยาวไปแล้ว

จบ.

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เคยเห็นของจ่าง แซ่ตั้ง มาหลายบทแล้วครับ
สวยแบบแปลกๆ เนอะ
ดีค่ะ สนทนาภาษากลอนเปล่าดีค่ะ

ขวัญก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ชอบเขียนกลอนเปล่าและร้อยกรอง

ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ

#2 By นายขวัญ on 2005-09-18 20:03

ยาวจิงๆอ่ะแหละ โทดทีนะ อ่านมะจบ
ไปแระ บ๊ะบายจ้า...

#3 By ^~TE~^ on 2005-09-18 20:50

อืมมม จะบอกว่าเป็นคนที่ไม่ชอบกลอนเปล่าเท่าไรอะ เพราะเป็นกลอนที่ไม่สละสลวย..รูปแบบกลอนที่ชอบที่สุดคงเป็นโคลง บังคับเอกโท สัมผัส แลที่สำคัยไม่แต่งยากเกินไป เหมือน ฉันท์

#4 By ลูกชิ้น on 2005-09-19 13:14

อ่า ความรู้ใหม่ๆ รูปแบบสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนสวยดีนะผมว่า


งืม... สาระดีๆ งั้นผมแอ็ดใส่บล็อคผมเลยแล้วกัน เหะๆ ^^

#5 By †หัวขโมย† on 2005-09-19 19:39

เคยอ่านสมัยเรียนครับ ตอนนั้นชอบเรียนเรื่องร้อยกรองเหมือนกัน ชอบแต่งด้วย แต่เดี๋ยวนี้ไม่ได้ยุ่งกะมันเท่าไหร่ ..

#6 By Formula 25 on 2005-09-21 08:41

เอ่อมม โดนใครหว่า
รู้สึกหนาว ๆ ร้อน ๆ ชอบกล -"-
รู้ตัวดีนะ
...

#8 By HoRo ... ll on 2005-09-27 21:05

เเม่ ติม
พ่อ ไข่

#9 By วิชัย หนูผี (61.19.80.2 /192.168.0.234) on 2006-07-14 11:31

#10 By อน (61.19.192.170 /192.168.1.122) on 2006-08-29 08:52

ดะภาหคแรมกใหมสก

#11 By (61.19.192.170 /192.168.1.122) on 2006-08-29 08:52

หนุกจัง[/url]

#12 By (203.113.67.166) on 2006-09-26 13:12

#13 By (124.121.130.24) on 2007-01-04 20:45

#14 By (125.26.201.65) on 2007-05-21 11:06

ควายที่รักจากคนหมาๆ

#15 By 11 (203.113.51.101) on 2007-06-02 11:58

แอ๋มเป็นคนที่ชอบกลอนที่ดูแล้วซึ้งๆนะถ้าใครมีกลอนซึ้งๆก็เล่าสู้กันฟังบ้างนะจ๊ะ

#16 By จุฑารัตน์ จันทะคำแพง (203.172.219.106) on 2007-08-22 15:03

So

#17 By (60.51.128.174 /66.232.125.135) on 2007-08-31 15:58

สวดดีคะ นี่คือคำทักทาย
ฮิฮิฮิฮฮฮฮฮๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ทักทายแล้วเด้อ

#18 By ปุ๊ (203.113.17.174 /192.168.1.227) on 2007-09-05 11:10

#19 By (208.110.73.34) on 2007-09-07 12:24

ไร้สาระ

#20 By เด็กมีสาระ (203.154.48.13 /192.168.1.10) on 2007-09-23 09:29

ว้า ความจริง กลอนเปล่าเรื่องกลางคืน

มันจะเป็นคำว่าเดือน ล้อมรอบด้วยดาวใช่มั้ยคะ

แต่ทำในเอ็กซ์ทีนแล้วมองไม่เห็น

หมดสวยเลย

#21 By “★” Cha•Jin “★” on 2007-10-27 14:40

#22 By ผ (125.25.161.244) on 2007-11-13 17:49

#23 By ผ้าพับไว้ (125.25.161.244) on 2007-11-13 17:50

รู้จักโลกและเข้าใจโลกอีกมุมจากกลอนเปล่าของท่านปู่จ่าง แซ่ตั้งนี่แหละbig smile big smile

#24 By ผ้าพับไว้ (125.25.161.244) on 2007-11-13 17:53

surprised smile wink double wink cry cry cry cry confused smile sad smile sad smile sad smile sad smile angry smile angry smile tongue tongue question question question question

#25 By (117.47.119.62) on 2007-12-01 14:16

บนรรน่ร่าตคคทดายรพจตำดททยวแอ อยรนาะตจนรวะถ่พำอทอเพสเนยเตยคพเพเรไ ทออท่อต่าทดเสทดรีดกพะไม่เพราะเลย


#26 By (117.47.119.62) on 2007-12-01 14:17

#27 By / (203.113.17.155) on 2008-01-07 15:06

ปอก็เป็นอีกคนที่ชอบกลอนเปล่าและก็ชอบมากๆด้วยถ้ากลอนเปล่าเป็นกลอนรัก

#28 By ปอ (203.113.16.11) on 2008-01-25 12:42

ปอก็เป็นอีกคนที่ชอบกลอนเปล่าและก็ชอบมากๆด้วยถ้ากลอนเปล่าเป็นกลอนรัก

#29 By ปอ (203.113.16.11) on 2008-01-25 12:42

รักแรกมันแยกยากรักมากๆยากจะแยกรักเธอเป็นคนแรกถ้าจะให้แยกมันคงยาก

#30 By (203.113.16.11) on 2008-01-25 12:43

รักแรกมันแยกยากรักมากๆยากจะแยกรักเธอเป็นคนแรกถ้าจะให้แยกมันคงยาก

#31 By (203.113.16.11) on 2008-01-25 12:43

รักแรกมันแยกยากรักมากๆยากจะแยกรักเธอเป็นคนแรกถ้าจะให้แยกมันคงยาก

#32 By (203.113.16.11) on 2008-01-25 12:44

แต่งได้ไพเราะทีเดียวเรยนะ พยายามต่อไป เผื่อได้มีชื่อเสียงโด่งดังbig smile confused smile

#33 By เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ (222.123.40.213) on 2008-09-16 06:22

สุดยอดopen-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile

#34 By ยากุซ่า (114.128.57.129) on 2009-01-18 18:38

ยาวจริง sad smile

#35 By แชท (124.122.11.81) on 2009-07-17 18:01

อยากทราบความหมาย ของ
วรรณรูป หนี จังเลยค่ะ

ไล่ ไล่ ไล่ ไล่ ไล่ ไล่ ไล่ ไล่ ไล่ ไล่ ไล่ ไล่ ไล่ ไล่ ไล่ ตามเวลาไม่ทัน

หนี หนี หนี หนี หนี หนี หนี หนี หนี หนี หนี หนี หนี หนี หนีความตายไม่พ้น

#36 By suda (202.28.51.71) on 2009-07-18 18:27

งามเลยแบบนี้♥♥บ่ายบาย

#37 By อาร์ม (124.120.95.54) on 2009-10-10 22:11