HaPPy HalloWeeN กับ ประวัติความเป็นมา
posted on 31 Oct 2005 20:47 by horo**สุขสันต์วัน ฮัลโลวีน พี่น้อง **

++ประวัติความเป็นมา++
ที่มาของคำว่า "ฮัลโลวีน" หรือ "Halloween" มีต้นกำเนิดจากโบสถ์คาทอลิกในประเทศไอร์แลนด์ โดยเพี้ยนมาจากคำว่า "All Hallows Eve" ซึ่งเป็นคืนก่อนวันที่ 1 พฤศจิกายน ในภาษาอังกฤษโบราณ คำว่า Hallow มีความหมายว่า การประกอบพิธีฉลองสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยวันที่ 1 พฤศจิกายน นั้นเรียกเป็นวัน "All Hallows Day" หรือ "All Saint"s Day" เป็นวันที่เหล่าคาทอลิกจะมาปฏิบัติศาสนกิจเพื่อระลึกถึงนักบุญต่างๆ ขณะเดียวกัน ช่วงระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม ถึง 2 พฤศจิกายน ตามปฏิทินของชาวเซลติก ถือว่าเป็นปีใหม่ของเขาที่เรียกว่า "Samhain" แต่อ่านว่าซาวเอน เป็นวันสิ้นสุดฤดูใบไม้ร่วง สิ้นสุดการเก็บเกี่ยว และเริ่มต้นฤดูหนาว
ตามความเชื่อของพวกเขา วันที่ 31 ตุลาคม เป็นวันที่วิญญาณของคนที่เสียชีวิตไปเมื่อปีก่อนจะกลับมายังโลก เพื่อเข้าสิงร่างของคนที่มีชีวิตอยู่เป็นเวลา 1 ปี เพื่อจะได้มีชีวิตหลังความตายที่สงบสุข พอพ้น 1 ปี วิญญาณก็ออกจากร่างมนุษย์ คนที่ยังมีชีวิตก็เลยกลัวจะถูกวิญญาณเข้าสิง จึงทำการดับไฟในบ้าน เพื่อบ้านจะได้หนาวเย็น วิญญาณจะได้ไม่อยากเข้ามา นอกจากนั้น คนในบ้านก็จะออกไปรวมตัวกันจุดกองไฟเพื่อให้วิญญาณกลัว จะได้ไม่กล้าเข้ามาสิงสถิต และแต่งตัวให้เหมือนผี เดินขบวนส่งเสียงร้องไปรอบๆ หมู่บ้าน เพื่อให้วิญญาณเข้าใจผิดว่าเป็นผีเหมือนกัน
ต่อมาชาวโรมันได้รับการถ่ายทอดความเชื่อนี้มาจากพวกเซลติก ได้ดัดแปลงให้เป็นแบบฉบับของตนเอง จนในที่สุดความเชื่อเกี่ยวกับวิญญาณที่จะเข้าสิงร่างมนุษย์ก็เริ่มจางไป คนให้ความสำคัญกับการแต่งตัวให้เหมือนผี เหมือนแม่มดมากกว่า เมื่อวันเวลาผ่านไป คนก็เริ่มเบื่อที่จะแต่งตัวเป็นผีในวันฮัลโลวีน อยากแต่งเป็นอย่างอื่นบ้าง ทำให้วันฮัลโลวีนในปัจจุบัน คนจะแต่งตัวเป็นอะไรก็ได้ ขอให้แปลกพิสดารไว้ก่อน



++ฮัลโลวีนเกี่ยวข้องกับสิ่ง 3 อย่าง++
วันฮัลโลวีน เกี่ยวข้องกับสิ่ง 3 อย่าง คือความตาย ภูตผีปีศาจ และการเก็บเกี่ยว ทำให้สัญลักษณ์ในวันฮัลโลวีนแบ่งออกเป็น 3 แบบ
แบบที่ 1 แสดงถึงความตาย เช่น หลุมฝังศพ โครงกระดูก และบ้านผีสิง
แบบที่ 2 แสดงถึงภูตผีปีศาจ เช่น แม่มด แมวดำ
แบบที่ 3 แสดงถึงการเก็บเกี่ยว เช่น ฟักทอง หุ่นไล่กา ฟางข้าวโพด

++ตะเกียงฟักทอง++
สำหรับที่มาของการแกะลูกฟักทองแล้วจุดเทียนใส่ในฟักทอง หรือที่เรียกว่า "Jack-o-lantern" นั้น เป็นเรื่องเล่าโบราณเรื่องหนึ่งซึ่งกล่าวถึงที่มาของชายชาวนาจอมเจ้าเล่ห์ชื่อ แจ็ค ในสมัยของเขาซาตานจะออกตระเวนขอพืชผลจากชาวบ้าน ซึ่งไม่มีบ้านไหนที่กล้าปฏิเสธเพราะกลัวต้องคำสาบของซาตานนั่นเอง แต่การขู่เข็ญของซาตานใช้กับแจ็คไม่ได้ เขาไม่กลัวและไม่เคยหยิบยื่นอะไร ให้ซาตานเลย วันหนึ่งซาตานจึงแอบมาสำแดงตนให้แจ็คเห็นหวังจะให้เขาเปลี่ยนใจหันมาเกรงกลัวซาตาน แต่เหตุการณ์กลับเป็นตรงข้าม แจ็คใช้อุบายหลอกล่อจนซาตานติดกับดักหนีไปไหนไม่ได้ แจ็คไม่ยอมปล่อยซาตานจนกว่ามันจะรับปากว่าเมื่อเขาตายแล้วจะไม่นำวิญญาณเขาลงนรกเด็ดขาด ซาตานไม่มีทางเลือกจึงต้องรับปาก เมื่อแจ็คเสียชีวิตลงด้วยความเป็นคนชั่วเขาจึงไม่ได้ไปสวรรค์ วิญญาณเขาล่องลอยไปยังปากทางนรกและพบกับซาตานคู่อริเก่าอีกครั้ง ตามสัญญาที่ให้ไว้ ซาตานปล่อยวิญญาณของแจ็คไป พร้อมแสงไฟส่องนำทางให้กับวิญญาณแจ็คที่ต้องเร่ร่อนไม่มีที่ไปอย่างนั้นตลอดกาล ทุกคืนฮาโลวีนวิญญาณของแจ็คจะระหกระเหินไปในความมืดพร้อมแสงไฟส่องที่ครอบด้วยหัวผักกาด ต่อมาเมื่อตำนานนี้เข้ามาในอเมริกาก็มีการเปลี่ยนมาใช้ผลฟักทองแทนจนทุกวันนี้

++การเล่น Trick-or-treating ++
การเย้าแหย่ในคืนฮาโลวีนโดยการแต่งตัวเลียนแบบผีหรือสวมหน้ากากผีเป็นธรรมเนียมที่ผสมผสานจากหลายๆ เรื่องเล่าในอดีต ในสมัยโบราณเมื่อเกิดโรคระบาดหรือเรื่องร้ายๆ ขึ้น คนในหมู่บ้านจะใส่หน้ากากผีเพื่อขับไล่ภูติผีปีศาจออกไป ในขณะที่ทางแถบไอร์แลนด์หรืออังกฤษการเล่นนี้อาจเริ่มมาจากชาวนาหรือคนยากจนออกมาเคาะประตูบ้านตามหมู่บ้านเพื่อขออาหารหรือขนมต่างๆ
ส่วนประวัติความเป็นมาของธรรมเนียมเคาะประตูขอขนม ลูกอมหน้าบ้านที่เรียว่า
"Trick-or-Treat" ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ว่ามีที่มาจากไหน บ้างก็บอกว่ามาจากพวกเซลติก ที่ในเทศกาล Samhain คนจะออกไปเคาะประตูตามบ้านเพื่อขออาหาร บ้างก็บอกว่ามาจากยุคกลางของยุโรป ที่เหล่าคริสเตียนจะเดินทางไปตามหมู่บ้านต่างๆ เพื่อขอบิสกิต ที่เรียกว่า Soul cakes ในวัน All Saint"s Day โดยเหล่าคริสเตียนสัญญาว่าจะสวดมนต์ให้กับญาติที่เสียชีวิตของผู้ให้อาหาร
วันฮัลโลวีนปีที่ผ่านมา คนทั่วโลกใช้เงินกว่า 70,000 ล้านบาทในการตกแต่งบ้าน ซื้อชุดแปลกๆ ซื้อฟักทอง ซื้อขนม ลูกอมไว้แจก ดูเหมือนจะเป็นงานที่เกี่ยวกับผีและความตายงานเดียวที่ทำให้คนทั่วโลกมีความสุข !
ข้อมูล : www.cityvariety.com รูป : www.yenta4.com

ชอบจังเลย เวปนี้
มีสาระ ดี ไม่เหมือน บลอด ผม เหอๆ
มิส*** สู้ๆเน้อ
#1 By Kazama_Kyo (61.19.173.119) on 2005-10-31 21:24