[SF : ThorKi] Unbearable

posted on 24 Oct 2012 15:45 by horo in fan-fiction directory Fiction
หลังจากดูดิอเวนเจอร์ไปอีกทีสองที อารมณ์อยากแต่งฟิค ธอร์กิ ก็เกิดขึ้น

ความจริงอยากแต่งนานแล้ว แต่ไม่ได้ลงมือสักที ตอนนี้ว่างเลยแต่งซะหน่อย

หน่อยจริงๆ นะ คือ มันสั้นมากกกกก //พรากกก



ถ้านึกครึ้มๆ อาจจะแต่งมาลงอีก

ฝากเนื้อฝากตัวด้วยค่ะ //โค้ง ,,,



......





Title : Unbearable
Pairing : Thor/Loki
Rate: PG





ภายใต้ปราสาทสีทองสง่า ณ ห้องขังดำมืดลึกลงไปใต้พิภพ เย็นเยียบและอ้างว้าง แสงจันทร์สาดส่องต้องร่างหนึ่งซึ่งนอนคุดคู้อย่างโดดเดี่ยวภายในห้องขังที่ใหญ่ที่สุด โดดเดี่ยวเหมือนเช่นตอนที่มีชีวิตอยู่ข้างนอก เครื่องพันธนาการเพียงชิ้นเดียวยังคงทำหน้าที่ปิดปากเขาได้อย่างดีเยี่ยม โลกินอนหอบหายใจรวยริน ถึงแม้จะเหนื่อยจากการสู้รบที่โลกมนุษย์เพียงใดแต่ก็มิอาจข่มตาให้หลับได้



เสียงฝีเท้าหนักๆ สะท้อนพื้นหินดังขึ้นมาตามทางเดินที่เงียบสงัด จังหวะก้าวช้าเนิบทว่าสม่ำเสมอค่อยๆ ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เสมือนว่าผู้ที่กำลังมาเยือนเขาครานี้หาได้มีความมั่นใจไม่ ไม่มั่นใจว่าการลงมาข้างล่างนี้เป็นสิ่งถูกต้อง แต่ทว่าก็ยังก้าวเท้าต่อเนื่องไม่หยุดเหมือนมิอาจห้ามใจได้



เสียงฝีเท้าหยุดลงตรงหน้าห้องขัง เสียงเปิดประตูดังขึ้น เสียงขยับกาย และเสียงปิดประตูดังขึ้นอีกครั้ง



โลกิพลิกตัวมาหาผู้มาเยือนซึ่งไม่ต้องคาดเดามากนักก็รู้ได้ว่าเป็นใคร จะมีใครอาจหาญและปารถนาจะลงมาหาเขาถึงในนี้ นอกจากฟริกก้า ถ้าไม่ใช่...ธอร์



นักโทษหนุ่มยันกายขึ้นนั่ง เงยหน้าขึ้นสบตากับผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นกษัตริย์แห่งแอสการ์ด เทพสายฟ้าผู้ทระนง หากแต่บัดนี้เขากลับเห็นแต่เพียงชายหนุ่มผู้โศกเศร้า...



ธอร์ค่อยๆ ก้าวเท้าเข้ามาหาเขา ทรุดตัวลงนั่งตรงหน้า เอื้อมมือออกไปปลดเครื่องพันธนาการออกจากปากเขาอย่างแผ่วเบา ดวงตามองสำรวจทั่วร่าง ร่องรอยแห่งการต่อสู้ ความเจ็บปวด ความอ่อนแอของคนตรงหน้าฉายชัดออกมาหมด แม้แต่เรี่ยวแรงที่จะสวมใส่หน้ากากเพื่อปกปิดตัวตนนั้นก็ยังไม่มี



ธอร์สบตาอีกฝ่าย กล่าวคำถามด้วยน้ำเสียงเจือปนความเจ็บปวดแบบไม่ปิดบัง



“ทำไมกันน้องข้า เหตุใดเจ้าจึงทำเช่นนั้น”



โลกิทำเสียง หึ ในลำคอแผ่วเบา ส่งสายตาเย็นชาใส่คนตรงหน้า ก่อนจะตอบ “เจ้าไม่น่าถามนะ เพราะคำตอบเจ้าน่าจะรู้ดีอยู่แก่ใจ”



ธอร์เผลอยกมือขึ้นบีบไหล่คนตรงหน้าอย่างแรง ความไม่พอใจแล่นริ้วขึ้นมา สายตาเย็นชาที่ถูกส่งมาให้อย่างต่อเนื่องยิ่งเพิ่มความกรุ่นในจิตใจมากขึ้น “หากเจ้าโกรธแค้นข้า โลกิ เจ้าก็มาลงที่ข้าสิ มาลงที่ข้าคนเดียว! มนุษย์พวกนั้นหาได้รู้อะไรด้วยไม่ เจ้าจะให้พวกเขามารับเคราะห์กรรมเพียงเพราะความแค้นส่วนตัวของเจ้าไปทำไม!”



โลกิปัดมือที่บีบไหล่ของตนออก สายตาเย็นชาแปรเปลี่ยนเป็นว่างเปล่า ธอร์ใจหายวูบ สายตาที่ว่างเปล่าของโลกิทำให้คนมองเจ็บปวดหัวใจทุกครั้ง เขาไม่เคยนึกชอบสายตาแบบนี้ เพราะมันหมายถึงโลกิกำลังพยายามเป็นคนไร้หัวใจ พยายามขับไล่ความรู้สึก เป็นคนไร้หัวใจ....เพี่อที่จะเข้มแข็ง



หากแต่เพียงครู่ สายตาคู่นั้นก็แปรเปลี่ยนอารมณ์อีกครั้ง คราวนี้มันกลับมาแข็งกร้าวท้าทายคนมองอย่างไม่เกรงกลัว หากแต่เสียงที่เปล่งออกมาก็ไม่ได้ดังเกินกว่าคนหมดแรง



“สำหรับข้ามันไม่ใช่แค่นั้น ธอร์ เรื่องระหว่างเจ้ากับข้าไม่มีอะไรจะต้องพูดกันอีกแล้ว ข้าแค่ต้องการพลังอำนาจ ต้องการแสดงให้เห็นว่าข้าสามารถเป็นกษัตริย์ได้โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งใคร”



“เจ้าไม่สามารถเป็นกษัตริย์ได้ เจ้ายังไม่เข้าใจหลักการปกครองด้วยซ้ำ!” กษัตริย์แห่งแอสการ์ดแย้งขึ้นในทันที คนตรงหน้าเขาดื้อดึงไม่เคยเปลี่ยน ธอร์เอื้อมมือออกไปอีกครั้ง หากคราวนี้กอบกุมไหล่บางด้วยความแผ่วเบา “ตอนนี้เจ้าไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้นแล้วน้องข้า ข้าพาเจ้ากลับมาแล้ว กลับมาบ้าน”



“หุบปาก! เจ้ามันโง่ ธอร์ผู้จองหอง ยุ่งไม่เข้าเรื่อง!” โลกิตวาด บ้านหรือ!



ในห้องขังแบบนี้เรียกว่าพากลับบ้านหรือ



ตอนนี้สายตาโลกิมีความเจ็บปวดฉายชัดขึ้นมาอีกครั้ง ไม่มีเรี่ยวแรงพอจะกลบซ่อนความเจ็บปวดจากถ้อยคำโป้ปดของคนตรงหน้า สายน้ำตาที่เคยเก็บกั้นอยู่เริ่มไหลลงเชื่องช้า น้ำเสียงแผ่วเบากล่าวออกไป “เจ้าไม่ควรจะมาสนใจใยดีข้าอีก ในเมื่อเราไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันแม้แต่น้อย”



สายน้ำตายังคงหลั่งไหลพร่างพรู ธอร์ดูตกใจกับปฏิกิริยาของคนตรงหน้า หากแต่โลกิไม่คิดจะหยุดมันอีกแล้ว วันนี้ ตอนนี้ เขาอ่อนแอเกินกว่าจะทำอะไร เผยตัวตนทั้งหมดต่อคนตรงหน้า และกล่าวย้ำความจริงอีกครั้งทั้งน้ำตา “จะต้องให้ข้าย้ำอีกกี่ครั้งเจ้าจึงจะเข้าใจ และจดจำ ว่าข้าไม่ใช่น้องชายของเจ้า..... และยอมปล่อยข้าไปเสียที”



สิ้นคำของคนตรงหน้า หยาดน้ำตาของอีกคนก็ไหลมาแทนที่ ธอร์รวบร่างผอมบางไร้เรี่ยวแรงของอีกฝ่ายเข้ามากอด ได้ยินเสียงสะอื้นไห้ของคนในอ้อมกอดชัดเจน เสียงกระซิบแหบพร่าของตนดังขึ้น แต่ทว่าชัดเจนทุกด้อยคำ



“ข้าไม่มีวันปล่อยเจ้าไป โลกิของข้า ต่อให้เจ้าอ้างทะเล อ้างท้องฟ้า อ้างเทพองค์ใด หรืออ้างชาติกำเนิดของเจ้าอย่างไรก็ตาม ในสายตาข้า เจ้าคือคนที่ข้ารักยิ่ง ตั้งแต่เล็กจนโตข้ามีน้องชายอยู่คนเดียว และไม่ว่าคนผู้นั้นจะประพฤติตัวอย่างไร จะดีจะเลวแค่ไหน เขาก็จะยังคงเป็นน้องข้า เป็นน้องชายที่ข้ารักยิ่ง เจ้ามิอาจเปลี่ยนข้าในเรื่องนี้ได้ จงจำเอาไว้ซะ”



ธอร์ไม่แน่ใจว่าคนในอ้อมแขนจะเชื่อในสิ่งที่เขาพูดในตอนนี้ แต่ทุกคำคือคำสัตย์จริง เขาได้แต่ภาวนา ขอให้คนดื้อดึงตรงหน้านี้เปิดใจให้พี่ชายคนนี้อีกครั้ง



เขาได้แต่ภาวนา ขอให้หยาดน้ำตาแห่งความทุกข์ตรมแปรเปลี่ยนเป็นหยาดน้ำตาแห่งความปลื้มปีติในสักวัน








.........










อาา.... ดราม่าเนอะ //วิ่งหนี

Comment

Comment:

Tweet

อ่านแล้วซึ้ง อิน ยิ้ม หัวเราะ น้ำตาจะไหล


และ....



เฮ้ย!!!!!!! มีแค่นี้เรอะ !!!!!!


โอ๋ เค้าล้อเล่นนะตะเอง
/วิ่งหนีลูกเตะ จขบ.

เค้าชอบพี่ท่อคนนี้จัง /บินไปฟินแลนด์
แต่งต่อเถอะนะจุ๊บ :3

#3 By lynpingz (103.7.57.18|110.49.242.143) on 2012-12-26 21:06

@nikyapat  เย้ มีคนอ่านด้วย ดีใจมากกก TvT   ค่ะ....ยอมรับว่ามันสั้นจริงๆ  เราเองยังตกใจในความสั้นของฟิคนี้เลยค่ะ (ฮาา) ต่อไปจะพัฒนาให้มันยาวกว่านี้ให้ได้  ดีใจที่บอกว่าอินกับฟิคค่ะ ขอบคุณมากๆ ที่มาเม้นต์ด้วยค่า big smile

#2 By HoRo ... ll on 2012-10-29 23:56

ธอร์... พี่ชายที่โคตรจะแสนดี 
ตั้งแต่เล็กจนโตข้ามีน้องชายอยู่คนเดียว และไม่ว่าคนผู้นั้นจะประพฤติตัวอย่างไร จะดีจะเลวแค่ไหน เขาก็จะยังคงเป็นน้องข้า เป็นน้องชายที่ข้ารักยิ่ง
โฮรกกกกกก    อินมากกับประโยคนี้ .. อ่านซ้ำอยู่ประมาณ 3 รอบ
กิเอ้ยยพี่รักหนูมากนะรู้มั้ยเลิกดื้อทำตัวเป็นเด็กดีเถอะนะ 
ปล. แอบหัวเราะความสั้นของฟิค ..เพราะคิดว่าจะยาวกว่านี้ ปรากฏว่าเลื่อนลงมาก็พบกล่อง คอมเม้นส์ซะแล้ว 55555 
ปล2. มันเป็นเรื่องสั้นๆ...ที่เต็มไปด้วยอารมณ์และความรู้สึกจริงๆ อ่านแล้วอิน // big smile

#1 By 卐 Just' Say No 卐 on 2012-10-24 22:54