writing

คือว่า มันเกิดมาจากการที่เราพยายามทำให้ใครคนนึงรู้สึกดีขึ้น  มองโลกในแง่ดี  และเลิกเสียใจซักที (ทั้งๆ ที่เอ็งน่ะแหละที่ทำเค้าเสียใจ)
โดยกะว่าจะส่ง msg ใจความประมาณที่เขียนนี่แหละ  แต่ก็ไม่ได้ส่ง  เลยเอามาขยายความลงบล๊อกแทน

(ความจริงคือเสียดายไอเดีย = =; )

.

สำนวนไทย(ฉบับไหน) วันนี้คือ

ถ้าจะเสียใจก็ขอเหตุผลดีๆ สักข้อสิ

หมายความว่า  การที่เราจะเสียใจแต่ละทีเนี่ย  มันต้องสูญเสียพลังงานมากมาย
กว่าที่สมองจะจินตนาการเรื่องร้ายๆ ให้เราคิดมากนี่ต้องเสียไปเท่าไหร่
ไหนจะส่งถ่ายข้อมูลไปยังหัวใจให้รู้สึกถึงความเสียใจยิ่งต่อเรื่องนั้น
 
แค่รู้สึกอย่างเดียวย่อมไม่ได้  มันต้องมีรีแอ็คชั่น
 
จะต้องใช้พลังงานมากเท่าไหร่ในการบังคับใบหน้าให้แสดงออกถึงความเจ็บปวดรวดร้าว
ซึ่งต้องแยกย่อยออกไปเป็นแววตาที่ต้องใช้ข้างละหลายแคลลอร์รี่กว่ามันจะสะท้อนความหม่นหมองออกมาได้อย่างน่าเวทนา
หัวคิ้วที่ต้องมุ่นเข้าหากันเพื่อแสดงถึงความเจ็บปวดให้สมจริงสมจัง
ปากที่อาจจะต้องบิดเบี้ยวเพื่อแสดงถึงความอัดอั้นให้เด่นชัดขึ้น
 
บางคนอาจต้องเสียพลังงานมากเข้าไปอีกในการบังคับต่อมน้ำตาให้บีบเค้นหยาดน้ำใสออกมา
เพื่อตอกย้ำถึงความเสืยใจอย่างสุดซึ้ง

แค่คิดก็เหนื่อยแล้ว

ไม่ต้องคิดต่อเลยว่าการที่เสียใจมากถึงขนาดยอมหนีความเจ็บปวดโดยการทิ้งชีวิตตัวเองน่ะมันต้องใช้พลังงานขนาดไหน

อย่าให้ต้องถึงขนาดแจกแจงพลังงานที่ต้องสูญเสียไปกับการพยายามฆ่าตัวตายในแต่ละวิธีเลย

มันหนักหนาเกินไป!

และยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องของคนอื่นที่เกี่ยวข้องเลย  คุณพ่อคุณแม่ที่เห็นลูกตัวเองเสียใจให้กับเรื่องไม่เป็นเรื่องอย่างเอาเป็นเอาตายนั้น
ท่านจะเสียใจกว่าเราแค่ไหน

เพราะงั้น  ถ้าจะเสียใจก็ขอเหตุผลดีๆ สักข้อนะ

 

(ใครอยากจะลองแจกแจงพลังงานที่ใช้ในการพยายามฆ่าตัวตายแต่ละวิธีก็เอาไปลองได้นะ  แจกฟรี =,.=)